ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้าย

ศูนย์ดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะสุดท้าย (End of life care) เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้โดยสิ้นเชิง เป็นกลุ่มนอนติดเตียง ต้องให้อาหารทางสาย ไม่อาจสื่อสารด้วยการพูดคุยตามปกติได้ เป็นการดูแลที่เน้นการลดความเจ็บปวดหรือดูแลทางร่างกายให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสุดในช่วงสุดท้ายของชีวิต

สถานดูแลระยะสุดท้ายนี้ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ให้บริการสถานบริบาล โดยอาจให้บริการในศูนย์เดียวกันแต่แยกพื้นที่ออกมาหรือแยกอาคารออกมาต่างหาก เนื่องจากผู้สูงอายุที่ทางศูนย์ดูแลในสถานบริบาลเมื่อร่างกายเสื่อมถอยมาสู่ขั้น End of life แล้ว ทางญาติต้องการให้ศูนย์ช่วยดูแลต่อ จึงต้องขยายบริการมารองรับผู้สูงอายุในระยะสุดท้ายด้วย

แต่ก็มีสถานบริบาลและบ้านพักผู้สูงอายุและบ้านพักผู้สูงอายุจำนวนมากก็ไม่อาจรองรับผู้สูงอายุระยะสุดท้ายได้เนื่องจากไม่มีบุคลากรและเครื่องมือเพียงพอหรือไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่อาจถูกฟ้องร้องจากญาติกรณีผู้สูงอายุเสียชีวิต ก็จะส่งผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลหรือแนะนำญาติให้ส่งผู้สูงอายุไปยังสถานดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้าย

ตัวอย่างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้ายในประเทศไทย เช่น สถานพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรังกล้วยน้ำไท, ศาลายาเนอร์สซิ่งโฮม เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานพยาบาลในเครือข่ายของโรงพยาบาลหรือเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขจัดให้สถานดูแลผู้สูงอายุระยะสุดท้ายไว้ในหมวดโรงพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรัง

การดูแลผู้สูงอายุด้านการติดเชื้อและโรคประจำตัว

โดยธรรมชาติของการเสื่อมถอยของเซลล์ในทุกๆระบบรวมทั้งระบบสร้างภูมิคุ้มกันต้านทาน โรค ผู้สูงอายุจึงมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำกว่าคนทั่วไปเสมอ ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่ายและมักเป็นการติดเชื้อที่รุนแรง บ่อยครั้งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ ดังนั้น ตัวผู้สูงอายุเอง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ดูแลและครอบครัวต้องใส่ใจและร่วมกันรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอ กาสเกิดการติดเชื้อของผู้สูงอายุ

นอกจากนั้นผู้สูงอายุมักเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการใช้พลังงานในร่าง กายเช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นตัวผู้สูงอายุเองและ ครอบครัวควรมีการตรวจสุขภาพให้กับผู้สูงอายุสม่ำเสมอ เริ่มได้เลยในทุกอายุ ต่อจากนั้นความถี่ในการตรวจจะขึ้นกับผลตรวจและดุลพินิจของแพทย์ อีกประการสำคัญคือ ควรให้ผู้สูงอายุได้รับการฉีดวัคซีนตามกระทรวงสาธารณสุขและ/หรือแพทย์/พยาบาลแนะนำเสมอเช่น วัคซีนโรคไข้ หวัดใหญ่และวัคซีนโรคไวรัสตับอักเสบ บี

นอกจากนั้น เมื่อพบว่าผู้สูงอายุเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ควรต้องใส่ใจดูแลรักษาปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำเสมอ เคร่งครัดกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะผู้สูงอายุจะเกิดผลข้างเคียงต่างๆได้ง่าย และไม่ควรให้ขาดยา รวมทั้งการพบแพทย์ควรต้องสม่ำเสมอตามแพทย์นัด

เมื่อผู้สูงอายุมีอาการเจ็บป่วยโดยเฉพาะเมื่อมีไข้หรือท้องเสีย ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 – 2 วัน ต้องนำผู้สูงอายุพบแพทย์เพื่อการรักษาได้ทันท่วงที แต่ถ้ามีอาการมากควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงหรือเป็นการฉุกเฉิน