เฟอร์นิเจอร์ ติดตั้งกับที่ (Built-in Furniture หรือ Fixed Furniture)

Built-in Furniture หรือ Fixed Furniture หมายถึง เฟอร์นิเจอร์ ที่ได้รับการออกแบบ และ ติดตั้งสำหรับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นการเฉพาะยากที่จะเคลื่อนย้าย และติดตั้งใหม่

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ Built-in Furniture

มีความแข็งแรงสูงมาก เนื่องจากยึดเกาะกับอาคาร หรือ โครงสร้างอาคาร มีรูปแบบเฉพาะตัว หรูหรามีเอกลักษณ์เข้ากับสัดส่วนพื้นที่ สามารถติดตั้ง และดัดแปลงให้เข้ากับพื้นที่ต่างๆ ได้โดยไม่จำกัด
ลดปัญหาเรื่องการสะสมของฝุ่น เพราะจะมีการออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ ให้สูง จนชนฝ้าเพดาน เพื่อประโยชน์การใช้สอยสูงสุด และป้องกันการสะสมตัวของฝุ่นได้เป็นอย่างดี

ข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์ Built-in Furniture

ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพราะว่าติดตั้งกับที่ และไม่สามารถเปลี่ยน รูปร่างและรูปแบบการจัดวางได้ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ หรือต้องการย้ายที่อยู่ เฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ จะต้องถูกรื้อถอนทิ้ง โดยแทบจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

ราคาของเฟอร์นิเจอร์จะมีราคาสูงกว่าเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว รวมถึงจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เนื่องจากต้องใช้ แรงงานฝีมือ มาทำการ ติดตั้งที่หน่วยงานของลูกค้าเป็นการเฉพาะ

การติดตั้งต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญในการทำงานให้ออกมาตามความต้องการทั้งรูปแบบและฝีมือ และในระหว่างที่มีการติดตั้งจะมีปัญหาเรื่องของฝุ่น กลิ่น ที่เกิดจากการติดตั้งรบกวนอีกด้วย

ทำไมสตาร์ทอัพตัวจริงไม่กลัวความล้มเหลวและไม่แคร์ความสำเร็จ

สตาร์ทอัพสามารถเป็นกลไกสร้างประเทศในอนาคตได้ มูลค่ารวมสตาร์ทอัพ 1-2 เจ้าอย่าง Google และ Facebook มากกว่า GDP ของบางประเทศเสียอีก ดังนั้นการที่สตาร์ทอัพจะทำให้เศรษฐกิจของชาติเข้มแข็งขึ้นนั้นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ หากคนในชาติมีทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ รักการเรียนรู้ เป้าหมายชัดเจน และรู้ขั้นตอนการลงมือทำที่ถูกต้อง แต่ทำไมสตาร์ทอัพตัวจริงไม่กลัวความล้มเหลวและไม่แคร์ความสำเร็จ? นี่คือคำตอบ

1. เพราะสตาร์ทอัพเริ่มจากการถามตัวเองว่า “ทำไม”: เริ่มจากการตั้งคำถามว่าทำไมโลกเราถึงเป็นแบบนี้ ทำไมโลกในอนาคตมันถึงไม่ดีขึ้น การตั้งคำถามกับปัญหาที่คนส่วนใหญ่เผชิญจึงเป็นแรงผลักดันให้สตาร์ทอัพลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ไม่ใช่เริ่มจากตัวเงินที่ทำกำไรหรือเทคโนโลยี แต่เป็นสตาร์ทอัพที่ยืนหยัดแก้ไขปัญหาให้ผู้คนและสร้างความแตกต่างได้ สตาร์ทอัพตัวจริงจึงไม่กลัวแพ้หรือไม่แคร์ความสำเร็จเลย

2. มีแนวโน้มที่จะมีปัญหากันเรื่องหุ้นส่วนและผลประโยชน์น้อยลง: ก็ในเมื่อสตาร์ทอัพไม่ได้ให้ความสำคัญกับเม็ดเงินเป็นอันดับแรก คนที่มาร่วมทีมด้วยจึงไม่ได้มาเพื่อ เงิน เขามได้มาเพราะคุณด้วยซ้ำ แต่เขามาเพราะคำถามของคุณ วิสัยทัศน์ของคุณ ภาระกิจที่คุณต้องการแก้ไขปัญหาให้คนส่วนใหญ่ ทำให้ทำงานร่วมกันได้เหนียวแน่นขึ้น นิยามของสตาร์ทอัพจึงกลายเป็นกลุ่มคนบ้ากลุ่มเล็กๆที่เห็นโลกต่างจากคนอื่น ที่มีพลังมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้คนอื่นนับล้าน

3. เพราะขั้นแรกของการการทำสตาร์ทอัพ คือการเข้าใจคนที่กำลังเผชิญปัญหา: เป็นไปไม่ได้ที่เราจะออกผลิตภัณฑ์ครั้งเดียวปัง แล้วโดนใจคนใช้เลย เราไม่สามารถ “มโน” เอาเองได้ว่าคนใช้ชอบอะไรไม่ชอบอะไร ฉะนั้นก่อนที่สตาร์ทอัพจะออกผลิตภัณฑ์ จะต้องไปทดสอบสิ่งที่เรามโนหรือตั้งสมมติฐานก่อนแล้วค่อยไปถามคนที่มีแนวโน้มที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา (Early Adopter) เมื่อเข้าใจพวกเขามากขึ้น วิสัยทัศน์จะลึกซึ้งขึ้น มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนใช้ที่สุด

4. เพราะความล้มเหลวถูกแทนที่ด้วยการเรียนรู้เสมอ: เพียงแต่เราต้องรู้จักการตั้งคำถามที่ถูกต้องด้วย การตั้งคำถามในที่นี้ไม่ใช่แค่เขียนคำถามในการะดาษแล้วออกไปถามคนที่มีแนวโน้มจะให้ผลิตภัณฑ์ของเรา ในตอนเริ่มต้นเราต้องสร้างต้นแบบ (Prototype) ที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แล้วให้พวกเขาได้สัมผัสได้ใช้ หากเขาไม่พอใจ หรือด่ากลับมา ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวต้นแบบในครั้งต่อไป คิดเสียว่ามันคือการทดลองละกัน

ฉะนั้นยิ่งพลาดเร็ว พลาดมาก พลาดบ่อย ยิ่งต้องลุกขึ้นมาเร็วและแรงขึ้น เรียนรู้ ปรับตัวให้ไว และสำเร็จเร็วขึ้น

5. เพราะสตาร์ทอัพตัวจริงเป็นพวกดื้อด้าน:ในการเรียนรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาสักชิ้นจะต้องใช้เวลา เข้าใจ เรียนรู้ ระดมสมอง ทำต้นแบบ ทดสอบ ได้ความเห็น (หลายๆครั้งได้คำด่า) เรียนรู้ ทำต้นแบบใหม่ให้ได้ดีขึ้น 10% ทุกอาทิตย์ วนๆไปเรื่อยๆ ซึ่งกว่าผลิตภัณฑ์จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและสมบูรณ์จะต้องใช้เวลา 31 อาทิตย์หรือประมาณ เกือบๆ 8 เดือน ฉะนั้นใครที่ “Why?” ไม่แกร่งจริงๆ ใจเสาะเลิกไปก่อน ก็ล้มเหลวไป ฉะนั้นคนที่รอดคือคนที่แพ้ไม่เป็นเท่านั้น

แต่ก่อนที่จะลุกขึ้นไปทำสตาร์ทอัพเปลี่ยนโลกน่ะ นั่งลงก่อน เพราะก่อนที่จะไปเปลี่ยนโลกน่ะ เปลี่ยนตัวเองก่อนดีกว่า ฉะนั้นถามตัวเองให้ชัดก่อน ว่าตัวเองต้องการอะไร ภาพที่เรามองเห็นในอนาคตที่เราต้องการ มีความหมาย และบันดาจใจสุดๆน่ะคืออะไร และวันพรุ่งนี้เราจะทำอะไรได้บ้าง ไม่ต้องจัดเต็ม แค่ 1 % ก็พอ เรียนรู้จาก 1% ที่ทำ เรียนรู้และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

พร้อมเปลี่ยนจากวัฒนธรรมที่เห็นความล้มเหลวเป็นเรื่องไม่น่าให้อภัย เป็นวัฒนธรรมที่ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดาและเรียนรู้จากมัน

ที่มา : marketingoops.com

การเลือกรถจากเต็นท์รถมือสอง

พูดถึงรถเต็นท์ก็มีสองลักษณะ คือ รถที่เต็นท์ซื้อหรือรับเทิร์นมากับรถที่มีผู้มาฝากขายไว้ อย่างแรกจะสังเกตได้ง่ายคือรถเหล่านี้จะถูกปรับสภาพเสียจนเช้งวับ ทั้งภายนอกภายในรวมถึงห้องเครื่องยนต์

ส่วนรถฝากขายจริงๆ อย่างมากก็แค่ล้างขัดสี และทำความสะอาดภายในใหม่แค่นั้น ไม่ได้ทำอะไรมากจนกว่าจะขายได้แล้วค่อยตกลงกับผู้ซื้ออีกที แต่ก็มีบ้างที่เต็นท์รับซื้อรถมือหนึ่งจากเจ้าของมาแล้วบอกว่าเป็นรถฝากขายก็มี เพราะทำราคาได้ดีกว่ารถมือสองมือสาม

รถเต็นท์มีทั้งสภาพดีและสภาพทำให้ดูดี สังเกตง่ายๆ ได้จากราคารถ บางทีรุ่นเดียวกันปีเก่ากว่าแต่แพงกว่าปีใหม่ๆ ก็มี นั่นก็เพราะสภาพดั้งเดิมเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเวลาซื้อรถมือสองมันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวนัก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการคิดค้นและพัฒนาชุดทดสอบเครื่องสำอางอย่างง่าย

ในช่วง 5 ปีทีผ่านมายังคงพบเครื่องสำอางผสมสารห้ามใช้ทั้ง 3 ชนิด ถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตามกฎหมายใหม่ด้านเครื่องสำอาง ของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายเครื่องสำอางอาเซียน กำหนดให้เครื่องสำอางทุกชนิดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ดังนั้นผู้ประกอบการต้องแจ้งและจัดทำแฟ้มข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ก่อนผลิตหรือนำเข้า ซึ่งจะช่วยให้การติดตามกำกับดูแลและแก้ปัญหาการใช้สารห้ามใช้ในเครื่องสำอางได้อย่างคลอบคลุมอันตรายจากสารไฮโดรควิโนนทำให้ผู้ใช้เกิดอาการระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย กรดเรทิโนอิกหรือกรดวิตามินเอ อาจทำให้เกิดอาการหน้าแดงแสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกอย่างรุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และสารประกอบของปรอทหรือปรอทแอมโมเนีย อาจทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลงเกิดพิษสะสมของสารปรอททำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบดังนั้นประชาชนควรมีความรู้ในการเลือกซื้อ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยอ่านฉลากเครื่องสำอางก่อนซื้อทุกครั้ง เลือกซื้อเครื่องสำอางที่มีขนาดและปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ใช้ได้หมดภายในเวลาสมควร และก่อนใช้เครื่องสำอางควรอ่านฉลาก ปฏิบัติตามวิธีใช้ คำเตือน รวมทั้งทดสอบการแพ้ก่อนใช้

พร้อมกันนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มีการเฝ้าระวังและพัฒนาการตรวจวิเคราะห์เครื่องสำอางมาอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันได้มีการคิดค้นและพัฒนาชุดทดสอบเครื่องสำอางค์อย่างง่าย ประกอบด้วย ชุดทดสอบไฮโดรควิโนน ทราบผลภายใน 5 วินาที ชุดทดสอบปรอทแอมโมเนียในครีมทาหน้า ทราบผลภายใน 5 นาที และชุดทดสอบกรดเรทิโนอิกในเครื่องสำอาง (กรดวิตามิน เอ) ทราบผลภายใน 1 นาที ซึ่งสามารถใช้ชุดทดสอบเบื้องต้นว่าเครื่องสำอางผสมสารห้ามใช้หรือไม่และเพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับอันตรายจากเครื่องสำอาง โดยเป็นชุดทดสอบที่ให้ผลรวดเร็ว วิธีการใช้ง่ายไม่จำเป็นต้องทำโดยบุคลากรที่ชำนาญเฉพาะ สามารถนำไปใช้ภาคสนามได้ หน่วยงานที่รับผิดชอบคุมครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขสามารถนำไปใช้คัดกรอง ความไม่ปลอดภัยของเครื่องสำอางที่จำหน่ายในพื้นที่ด้วยตนเอง และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้บริโภค

การเลือกซื้อรถมือสองของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่า

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเลือกซื้อรถมือสองของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่า ก็คือการเลือกรถที่มีคุณภาพดีอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้คุณทั้งประหยัดเงิน รวมถึงการไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อนำรถคันนั้นไปซ่อมแซมเพิ่มเติม เรามีวิธีการเลือกดูรถมือสองเบื้องต้นง่ายๆดังนี้

1. ดูกันตั้งแต่รถยนต์จอดอยู่ไกลๆ เพื่อดูรูปทรงของตัวรถทั้งหมด ว่ามีการเอียงหรือไม่ เช่น หลังคา หรือฝากระโปรง หรือกันชนท้าย ว่ามีการเอียง การยุบ หรือโค้งไม่ได้รูปทรงหรือไม่ เป็นต้น

2. สีของรถ ดูสีรอบคัน สังเกตสีที่แตกต่าง ความเรียบของผิวรถ ตำหนิต่างๆ เกี่ยวกับสี หรือว่าเคยทำสีมา ทำเพราะอะไร มีการชนมาไหมถึงได้ทำสีใหม่ หรือเจ้าของนำรถไปทำสีใหม่เพราะไม่ชอบสีรถเดิม ก็ต้องดูอย่างละเอียด หรือสอบถามถึงประวัติการทำสีกับเจ้าของ

3. เคาะฟังเสียง โดยการแอบไล่เคาะรถบางส่วนหรือรอบคันเพื่อฟังเสียง รถที่ทำสีแล้วมักจะมีการโป๊ว การโป๊วหนาย่อมหมายถึงอุบัติเหตุมาก เราสามารถเคาะดูเสียงที่แตกต่างกันได้ โดยการไล่เคาะฟังเสียงไปรอบๆ คัน

4. คานหน้ารถ ต้องเปิดฝากระโปรงหน้ารถดูว่า คานหน้าที่ยึดหม้อน้ำว่ามีการทำสีมาหรือไม่ มีการโป๊วสี หรือซ่อมมาอย่างไร สังเกตจากรูน็อตต่างๆ ต้องยังกลม และหมายเลขหน้ารถต้องยังมีความชัดเจน

5. ภายในรถ ดูความสะอาด กลิ่น เช่น เบาะสะอาด ไม่เก่าเกินไป เช็คเเอร์ว่ากลิ่นจะต้องไม่อับ และมีความเย็นทุกระดับ คอนโซล ด้านหน้าเป็นของเดิมจากโรงงานไหม รวมถึงการเช็คระยะกิโลการใช้งานของรถยนต์ เป็นต้น

6. เครื่องยนต์ เป็นหัวใจหลักสำคัญในการขับเคลื่อน สังเกตหาการซ่อมเเซม สตาร์ทเครื่องเพื่อฟังเสียง และหากรถคันนั้นมีบุ๊กเซอร์วิสจะเป็นการดีมาก เพราะสามารถดูประวัติการซ่อมได้ และดูด้วยว่ารถตรงกับเลขทะเบียนไหม และเลขไมล์ในตัวรถด้วย

เพื่อความคุ้มค่าในการเลือกซื้อรถมือสอง เราก็ควรที่จะตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน